ฝนยังตก ดินยังแฉะ กรมควบคุมโรคเตือนไข้ดินและไข้ฉี่หนู ปีนี้ป่วยไข้ดินแล้ว 3,102 ราย

กรมควบคุมโรคเตือนคนลุยน้ำย่ำโคลน เกษตรกร และผู้ป่วยเบาหวาน ระวังไข้ดินกับไข้ฉี่หนูช่วงปลายฝน ตั้งแต่ต้นปีถึง 27 ต.ค. พบผู้ป่วยไข้ดิน 3,102 ราย เสียชีวิต 136 ราย
ไข้ดินหรือเมลิออยโดสิสเกิดจากแบคทีเรียที่อยู่ในดินและแหล่งน้ำทั่วประเทศ ช่วงฝนชุกจะพบคนป่วยมากขึ้น เพราะเชื้อเข้าร่างกายได้ทั้งทางแผลที่ผิวหนัง การกินหรือดื่มของที่ปนเปื้อน และการสูดฝุ่นดินเข้าไป
ข้อมูลจากระบบเฝ้าระวังโรคดิจิทัลของกองระบาดวิทยา ช่วง 1 ม.ค.–27 ต.ค. 2569 มีผู้ป่วยต้องนอนโรงพยาบาล 1,828 ราย ส่วนใหญ่อยู่ในภาคอีสาน เช่น มุกดาหาร บึงกาฬ ยโสธร บุรีรัมย์ และอุบลราชธานี กลุ่มอายุ 60 ปีขึ้นไปป่วยมากที่สุดเมื่อเทียบกับจำนวนประชากร ภาพรวมทั้งปียังน้อยกว่าค่ามัธยฐาน 5 ปีย้อนหลังเล็กน้อย
อาการมักเริ่มหลังรับเชื้อราว 4–9 วัน แต่บางรายอาจเร็วเพียงวันเดียวหรือนานเป็นปี ส่วนใหญ่เริ่มจากไข้ ไอ หายใจหอบ บางรายมีฝีตามผิวหนังหรืออวัยวะภายใน อาการคล้ายโรคติดเชื้ออื่นจนแพทย์ต้องอาศัยผลเพาะเชื้อ จึงสำคัญมากที่ต้องบอกแพทย์ว่าเคยสัมผัสดินหรือน้ำ
อีกโรคที่มากับน้ำท่วมคือเลปโตสไปโรซิสหรือไข้ฉี่หนู เชื้อเข้าทางแผล ผิวที่แช่น้ำนาน ตา จมูก และปาก อาการมักขึ้นภายในราว 2 สัปดาห์ เช่น ไข้ ปวดศีรษะ ปวดกล้ามเนื้อน่องหรือต้นขา กรมควบคุมโรคยังเตือนอีกกลุ่มที่เรียกว่า "6 โรค 1 ภัย" หลังน้ำลด ได้แก่ ไข้เลือดออก ตาแดง น้ำกัดเท้า โรคทางเดินหายใจ ไข้ฉี่หนู โรคทางเดินอาหาร และภัยจากไฟฟ้าดูด
ควรทำอะไร
- เลี่ยงการเดินลุยน้ำย่ำโคลน ถ้าจำเป็นให้ใส่รองเท้าบูต ถุงมือยาง กางเกงขายาว แล้วอาบน้ำฟอกสบู่ทันทีหลังขึ้นจากน้ำ
- มีแผลที่ผิวหนัง ให้ทำความสะอาดและไม่ลงดินหรือน้ำจนกว่าแผลจะแห้งสนิท
- กินอาหารปรุงสุก ดื่มน้ำต้มสุกหรือน้ำบรรจุขวดที่ได้มาตรฐาน
- มีไข้สูงติดกัน 2 วันขึ้นไปหลังสัมผัสดินหรือน้ำ ให้รีบพบแพทย์และบอกประวัติ ไม่ซื้อยากินเอง โดยเฉพาะเกษตรกรและผู้ป่วยเบาหวาน
- สงสัยหรือต้องการคำแนะนำ โทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 อาการหนักฉุกเฉินโทร 1669
