Binance เปิดรายงานแฮก 2 แสนล้าน เริ่มจากสัมภาษณ์งานปลอมและเครื่องมือ AI ที่ถูกดัดแปลง
Binance เผยรายงานเบื้องต้น คนร้ายที่ FBI ระบุว่าเป็นเกาหลีเหนือ ใช้เวลาหลายเดือนหลอกวิศวกรผ่านการสัมภาษณ์งานปลอมและแพ็กเกจเครื่องมือ AI ที่ถูกดัดแปลง ก่อนเข้าถึงกระเป๋าเงินร้อนและขโมยคริปโตราว 6.3 พันล้านดอลลาร์
จุดเริ่มต้นย้อนไปถึงเดือน มิ.ย. 2569 วิศวกรทีมกระเป๋าเงินของ Binance คนหนึ่งติดตั้งแพ็กเกจ Homebrew ที่ถูกดัดแปลง ระหว่างพยายามลงเครื่องมือ AI ช่วยเขียนโค้ด ทีมความปลอดภัยจับได้ เปลี่ยนเครื่องและเปลี่ยนรหัสผ่านให้ แต่ข้อมูลว่าเขาทำหน้าที่อะไรและเพื่อนร่วมทีมเป็นใครก็หลุดไปถึงคนร้ายแล้ว
เดือน ก.ย. คนร้ายเปลี่ยนเป้าไปที่วิศวกรอีกคน โดยติดต่อผ่านเว็บหางานที่มีอยู่จริง แสร้งเป็นผู้อำนวยการโครงการ มีคนแอบอ้างเป็นฝ่ายบุคคลสัมภาษณ์ผ่านวิดีโอ และส่งบัญชีโซเชียลที่มีรูปส่วนตัวมาให้ดูเพื่อสร้างความน่าเชื่อ รอบสุดท้ายเป็นการคุยกับ "ซีอีโอ" ของบริษัทที่ไม่มีอยู่จริง แล้วสั่งให้ดาวน์โหลดแบบทดสอบเขียนโค้ดลงคอมพิวเตอร์ที่ทำงาน ซึ่งซ่อนมัลแวร์ตัวใหม่ที่โปรแกรมป้องกันของบริษัทตรวจไม่เจอ
วันที่ 20 ต.ค. คนร้ายใช้เครื่องที่ยึดได้ร่วมกับเครื่องมือ AI ภายในของ Binance เข้าไปถึงคอมพิวเตอร์ของวิศวกรทีมกระเป๋าเงินอีก 2 คน และพบสิทธิ์ในการติดตั้งระบบ (container) จากนั้นวันที่ 29 ต.ค. ก็ใช้สิทธิ์นั้นรันสคริปต์อันตราย แล้วอาศัยฟีเจอร์ EIP-7702 ของ Ethereum มอบสิทธิ์สั่งงานกระเป๋าเงินร้อนให้สัญญาอัจฉริยะของตัวเอง ทำให้โอนเงินออกได้โดยไม่ผ่านระบบถอนปกติ เงินเริ่มไหลออกราว 03:05 น. วันที่ 30 ต.ค. ตามเวลาไทย และใช้เวลาราว 4 ชั่วโมงกว่าจะปิดทางได้
Binance บอกว่าเติมเหรียญที่ถูกขโมยกลับเข้าระบบด้วยเงินของบริษัทแล้วราว 98% อายัดทรัพย์สินได้ราว 2.85 พันล้านดอลลาร์ ผู้ใช้จะไม่เสียหาย และจะให้ผู้เชี่ยวชาญภายนอกตรวจสอบเหตุการณ์ ส่วน FBI ระบุว่าเป็นฝีมือกลุ่มแฮกเกอร์เกาหลีเหนือ ซึ่งทางเกาหลีเหนือปฏิเสธ บทเรียนที่ใกล้ตัวคนไทยคือ คนทำงานสายไอที โปรแกรมเมอร์ และคนในวงการคริปโต อาจถูกล่อด้วยงานในฝันได้เหมือนกัน
ควรทำอะไร
- ถ้ามีคนชวนสัมภาษณ์งานแล้วให้ดาวน์โหลดโค้ดหรือโปรแกรมมารันเป็น "แบบทดสอบ" อย่ารันบนเครื่องที่ทำงานหรือเครื่องที่มีกระเป๋าคริปโต
- ติดตั้งเครื่องมือ AI และแพ็กเกจต่างๆ จากเว็บทางการเท่านั้น ระวังโฆษณาหรือลิงก์ดาวน์โหลดที่ดูคล้ายของจริง
- องค์กรควรจำกัดสิทธิ์ของเครื่องมือ AI ภายใน และแยกเครื่องที่เข้าถึงระบบเงินออกจากเครื่องใช้งานทั่วไป
- ผู้ใช้ Binance ไม่ต้องกดลิงก์ "รับเงินชดเชย" ใดๆ เพราะ Binance บอกว่ารับภาระความเสียหายเอง