อีโบลาในคองโกเสียชีวิตเกิน 5,000 ราย ลามถึงเคนยาและไนจีเรีย
อีโบลาสายพันธุ์ Bundibugyo ในคองโกมีผู้เสียชีวิตแล้ว 5,026 ราย จากผู้ป่วย 10,351 ราย (ข้อมูลถึง 31 ต.ค.) ไทยยังไม่พบผู้ป่วย และยังคุมเข้มผู้เดินทางจากคองโกและยูกันดา
ตัวเลขล่าสุดมาจากกระทรวงสาธารณสุขคองโกเมื่อวันเสาร์ที่ 31 ต.ค. อัตราเสียชีวิตเกือบครึ่งหนึ่งของผู้ป่วย ทำให้การระบาดครั้งนี้รุนแรงเป็นอันดับสองในประวัติศาสตร์ รองจากการระบาดในแอฟริกาตะวันตกช่วงปี 2557–2559 พื้นที่หนักที่สุดคือจังหวัดอิตูรีและนอร์ทคิวูทางตะวันออกของประเทศ ซึ่งมีความไม่สงบและการอพยพของผู้คน ทำให้ติดตามผู้สัมผัสได้ยาก
องค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศให้การระบาดนี้เป็นภาวะฉุกเฉินทางสาธารณสุขระหว่างประเทศตั้งแต่ 17 พ.ค. 2569 ช่วงเดือน ต.ค. มีผู้ป่วยนำเข้าไปถึงเคนยา (รวม 9 ราย ถึง 26 ต.ค. ทั้งหมดเชื่อมโยงกับผู้ป่วยรายแรก) และไนจีเรีย (1 ราย ที่อาบูจา เมื่อ 20 ต.ค.) ส่วนศูนย์ควบคุมโรคแห่งแอฟริการะบุว่าผู้ป่วยใหม่ราว 80% ไม่อยู่ในรายชื่อผู้สัมผัสที่ติดตามไว้ สายพันธุ์ Bundibugyo ยังไม่มีวัคซีนเฉพาะ
สำหรับไทย ยังไม่พบผู้ป่วย กระทรวงสาธารณสุขประกาศให้คองโกและยูกันดาเป็นเขตติดโรคติดต่ออันตรายตั้งแต่ 21 พ.ค. 2569 ผู้เดินทางจากหรือผ่านสองประเทศนี้ต้องเข้าทางสุวรรณภูมิเท่านั้น และถูกกักกันหรือแยกกักอย่างน้อย 21 วัน WHO และ ECDC ประเมินว่าความเสี่ยงต่อคนนอกพื้นที่ระบาดยังต่ำมาก และไม่แนะนำให้จำกัดการเดินทางหรือการค้า
ควรทำอะไร
- ถ้ามีแผนเดินทางไปแอฟริกากลางหรือตะวันออก ตรวจประกาศล่าสุดของกรมควบคุมโรคก่อนจองตั๋ว
- ผู้ที่กลับจากพื้นที่ระบาดภายใน 21 วันแล้วมีไข้ ให้แจ้งประวัติเดินทางกับแพทย์ทันที หรือโทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422 (ฉุกเฉิน 1669)
- คนทั่วไปในไทยยังไม่ต้องกักตุนหรือเปลี่ยนการใช้ชีวิต ติดตามข้อมูลจากหน่วยงานทางการ และระวังข่าวลือในโซเชียล