IRGC อ้างเรือบรรทุกน้ำมันอีก 2 ลำชนทุ่นระเบิดในฮอร์มุซ—ยังไร้ยืนยันจากหน่วยงานเดินเรือ
กองทัพพิทักษ์ปฏิวัติอิสลามอ้างว่าเรือน้ำมัน 2 ลำไฟไหม้หลังชนทุ่นในและนอกช่องแคบฮอร์มุซเมื่อ 6 พ.ย. ตามเวลาไทย ยังไม่มี UKMTO หรือหน่วยงานทางทะเลอิสระยืนยันชื่อเรือหรือเหตุการณ์
ตามแถลงของ IRGC ที่สื่อรัฐอิหร่านนำเสนอเมื่อวันที่ 6 พ.ย. เรือบรรทุกน้ำมันสองลำที่ถูกกล่าวหาว่าใช้เส้นทางไม่ได้รับอนุญาตและปิดระบบระบุตัวตน AIS ชนทุ่นระเบิด ลำหนึ่งอยู่ทางตะวันออกของช่องแคบ อีกลำอยู่ในช่องแคบเอง แล้วเกิดไฟไหม้จนหยุดนิ่ง IRGC โยงว่าเรือเหล่านี้ได้รับความช่วยเหลือจากกองทัพสหรัฐฯ และย้ำว่าช่องแคบจะยังไม่เปิดจนกว่าเงื่อนไขเจ็ดข้อของอิหร่านจะได้รับการตอบสนอง (ยังไม่ยืนยัน)
วันก่อนหน้าสื่ออิหร่านเคยอ้างเหตุคล้ายกันกับเรือน้ำมันห้าลำกับเรือลากจูงหนึ่งลำ ในรอบนี้ก็ยังไม่มีรายงานจาก UKMTO หรือหน่วยงานเดินเรืออิสระที่ยืนยันชื่อเรือ สัญชาติ ตำแหน่งแม่นยำ หรือสภาพลูกเรือ ต่างจากเหตุเรือถูกยิงนอกชายฝั่งกาตาร์เมื่อ 5 พ.ย. ที่ UKMTO ยืนยันเอง กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ เคยระบุเมื่อเดือนก่อนว่าช่วยประเทศอ่าวเปอร์เซียส่งออกน้ำมันผ่านฮอร์มุซได้ราว 1.5 พันล้านบาร์เรลนับจากฤดูร้อน และเคยแถลงว่าทุ่นในช่องแคบถูกกวาดแล้ว
ตลาดน้ำมันโลกช่วงเช้าวันที่ 6 พ.ย. ดีดขึ้นจากฐานที่ร่วงหนักระหว่างสัปดาห์ Brent พุ่งราว 1.5 ดอลลาร์ต่อบาร์เรลในช่วงเช้า แต่ยังอยู่ในแนวโน้มลดลงรายสัปดาห์หลังข่าวการทูตคลายตึงเครียด ราคาน้ำมันในไทยเพิ่งลดดีเซลและเบนซินเมื่อเช้าวันเดียวกันแล้ว และยังไม่มีมติ กบน. รอบใหม่จากคำอ้างนี้
สำหรับคนไทย ความเสี่ยงหลักยังเป็นค่าขนส่งและค่าประกันเรือผ่านช่องแคบ หากเหตุการณ์เหล่านี้ถูกยืนยันภายหลังหรือเกิดขึ้นบ่อยขึ้น ต้นทุนพลังงานในประเทศอาจกลับมาตึงตัวได้แม้ราคาขายปลีกเพิ่งปรับลง
ควรทำอะไร
- แยกให้ชัดว่านี่เป็นคำอ้างของ IRGC ยังไม่ใช่เหตุที่ยืนยันจากหน่วยงานทางทะเล อย่าแชร์คลิปเรือไฟไหม้ที่ไม่รู้ที่มา
- ยังไม่ต้องรีบเติมน้ำมันตุนจากข่าวนี้ รอการยืนยันจาก UKMTO หรือสื่อหลัก และติดตามมติ กบน. ตามปกติ
- ผู้นำเข้า-ส่งออกที่ใช้เส้นทางอ่าวเปอร์เซีย ตรวจสถานะเรือกับบริษัทเดินเรือก่อนจองรอบถัดไป
- คนไทยบนเรือในย่านนี้ติดตามประกาศบริษัทต้นสังกัดและกระทรวงการต่างประเทศ