คลิปผู้ป่วยฝีดาษวานรเป็นกระแส กรมควบคุมโรคชี้ไม่ใช่โรคติดต่ออันตราย อาการไม่รุนแรงรักษาที่บ้านได้
หลังคลิปผู้ป่วย Mpox เล่าอาการถูกแชร์ในเฟซบุ๊ก กรมควบคุมโรคระบุว่าเป็นโรคที่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ใช่โรคติดต่ออันตราย ผู้ป่วยอาการไม่รุนแรงแยกตัวรักษาที่บ้านได้ตามดุลยพินิจแพทย์
ผู้โพสต์ในคลิปเล่าว่าเริ่มจากปวดเมื่อยทั้งตัวจนนอนไม่หลับ 2 คืน ต่อมาขาหนีบปวดและบวมโต พอไปโรงพยาบาลมีผื่นขึ้นแล้วบางจุด แต่ผลตรวจรอบแรกยังไม่พบเชื้อ จนแพทย์ให้นอนโรงพยาบาลเพื่อตรวจละเอียดจึงพบว่าเป็นฝีดาษวานร (Mpox) หลังจากนั้นมีคนสงสัยกันมากว่าโรคติดต่อแบบนี้กลับไปพักที่บ้านได้จริงหรือ
ผู้บริหารกรมควบคุมโรครายหนึ่งตอบสื่อว่า Mpox จัดเป็นโรคติดต่อที่ต้องเฝ้าระวัง ไม่ได้อยู่ในกลุ่มโรคติดต่ออันตราย และกรมกำลังออกคำชี้แจงอย่างเป็นทางการ แนวทางที่ใช้ยังเป็นฉบับปรับปรุงครั้งที่ 2 ลงวันที่ 9 พ.ย. 2566 คือแพทย์เป็นผู้ประเมินตามความรุนแรง คนที่อาการไม่หนักและภูมิคุ้มกันปกติดูแลแบบผู้ป่วยนอกหรือแยกตัวที่บ้านได้ โดยต้องปฏิบัติตามหลักกันแพร่เชื้อ ส่วนผู้ที่ภูมิคุ้มกันต่ำ อาการรุนแรง หรือแยกตัวที่บ้านไม่ได้ ควรอยู่ห้องเดี่ยวในสถานพยาบาล
อัปเดตเย็น 3 พ.ย.: กรมควบคุมโรคเผยตัวเลขใหม่ ณ 31 ต.ค. 2569 ไทยมีผู้ป่วยสะสมทั้งปี 470 ราย เสียชีวิต 3 ราย (ก่อนหน้านี้ ณ 19 ก.ย. อยู่ที่ 356 ราย) และย้ำว่าการดูรูปผื่นอย่างเดียวยืนยันโรคไม่ได้ ต้องตรวจ PCR จากรอยโรค แปลว่าโรคนี้ยังพบต่อเนื่อง แต่ไม่ได้มีการประกาศภาวะฉุกเฉินใหม่ในไทย
ควรทำอะไร
- ถ้ามีไข้ ปวดเมื่อยมาก ต่อมน้ำเหลืองโต แล้วตามด้วยผื่นหรือตุ่ม โดยเฉพาะหลังสัมผัสใกล้ชิดผู้อื่น ให้พบแพทย์และบอกประวัติเสี่ยงตรงๆ
- การรักษาที่บ้านหรือโรงพยาบาลเป็นการตัดสินของแพทย์ อย่าเลือกเองหรือซื้อยามาใช้เอง
- ระหว่างรอผลหรือแยกตัว แยกของใช้ส่วนตัว ปิดแผลผื่น และงดสัมผัสใกล้ชิดคนในบ้าน
- สงสัยหรืออยากถามเพิ่ม โทรสายด่วนกรมควบคุมโรค 1422