กรมควบคุมโรคตรวจพบสารหนูในปัสสาวะเกินค่าอ้างอิง 94 คน ใน 7 จังหวัดริมแม่น้ำชายแดน
ผลตรวจปี 2569 พบคนในเชียงใหม่ เชียงราย แม่ฮ่องสอน และ 4 จังหวัดริมโขง มีสารหนูในร่างกายเกินค่าอ้างอิง 94 คน แนวโน้มสูงขึ้นจากปีก่อน คาดมาจากเหมืองในประเทศเพื่อนบ้าน
ตัวเลขนี้มาจากการคัดกรองประชาชน 10,711 คนในปีงบประมาณ 2569 และเก็บปัสสาวะส่งตรวจ 1,269 คน ในพื้นที่ที่กรมควบคุมมลพิษเคยพบน้ำและตะกอนดินปนเปื้อนสารหนูเกินมาตรฐาน ได้แก่ แม่น้ำกกและลำน้ำสาขา แม่น้ำสาย แม่น้ำรวก แม่น้ำโขง และแม่น้ำสาละวิน
แยกรายจังหวัด เชียงรายพบมากที่สุด 31 คน (จากผู้ตรวจ 549 คน) รองลงมาคือแม่ฮ่องสอนริมสาละวิน 17 คน หนองคาย 17 คน นครพนม 10 คน เชียงใหม่ 7 คน เลย 6 คน และบึงกาฬ 6 คน ที่น่าห่วงคือเชียงใหม่ ซึ่งปี 2568 ไม่พบใครเกินเกณฑ์เลย และในกลุ่มคนเดิมที่ตรวจซ้ำห่างกัน 1 ปี ระดับสารหนูสูงขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ส่วนรายที่เกินค่าอ้างอิงในหลายจังหวัดพบเป็นสารหนูอนินทรีย์ซึ่งเป็นชนิดที่เป็นพิษ
กรมควบคุมโรคระบุว่าการปนเปื้อนยังขยายพื้นที่ต่อเนื่อง จากลุ่มน้ำกกไปถึงแม่น้ำโขงและล่าสุดสาละวิน โดยยังไม่เห็นมาตรการคุมที่ต้นตอที่เข้มงวดพอ จึงเสนอให้หน่วยงานที่รับผิดชอบควบคุมแหล่งกำเนิดมลพิษอย่างจริงจัง และให้โรงพยาบาลในพื้นที่ติดตามสุขภาพระยะยาวของผู้ที่มีค่าสูง
ในพื้นที่ เจ้าหน้าที่สาธารณสุขจะเก็บปัสสาวะซ้ำในรายที่ค่าสูง และตรวจคนในครอบครัวกับบ้านใกล้เคียงอีก 10 หลังคาเรือนเพื่อเปรียบเทียบ ด้าน ส.ส. ที่ติดตามเรื่องมลพิษน้ำข้ามแดนเรียกร้องให้ตรวจเลือดอย่างละเอียดเพิ่ม และให้ประกาศพื้นที่เหล่านี้เป็นเขตเฝ้าระวังโรคจากสิ่งแวดล้อม
ควรทำอะไร
- ถ้าอยู่ใน 7 จังหวัดนี้และใช้น้ำหรือจับสัตว์น้ำจากแม่น้ำกก สาย รวก โขง หรือสาละวินเป็นประจำ ให้สอบถาม รพ.สต. หรือสาธารณสุขอำเภอว่าพื้นที่ของคุณอยู่ในกลุ่มเฝ้าระวังหรือไม่
- ติดตามประกาศเรื่องคุณภาพน้ำจากกรมควบคุมมลพิษและหน่วยงานในจังหวัด ก่อนนำน้ำจากแม่น้ำมาใช้ดื่มหรือทำอาหาร
- ถ้าได้รับแจ้งว่าผลตรวจเกินค่า ให้ไปตรวจติดตามตามนัดและปรึกษาแพทย์ ไม่ควรซื้อยาหรือผลิตภัณฑ์ "ขับสารพิษ" มาใช้เอง
- สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมที่สายด่วนกรมควบคุมโรค 1422