กระสุนจากการสู้รบในเมียนมาตกฝั่งไทย รัฐบาลคุมเข้มช่องทางค้าแม่สอด–พบพระถึง 5 พ.ย.
รัฐบาลระงับการผ่อนผันขนสินค้าผ่านช่องทางนอกด่านที่อนุมัติ ในแม่สอดและพบพระ จ.ตาก ตั้งแต่ 30 ต.ค.–5 พ.ย. หลังกระสุนจากการสู้รบฝั่งเมียนมาตกใส่บ้านเรือนไทย ยืนยันไม่ได้ปิดด่านทั้งหมด
รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงเมื่อเช้า 2 พ.ย. ว่าการสู้รบฝั่งเมียนมาตรงข้าม จ.ตาก ทำให้มีกระสุนข้ามมาตกในเขตไทยหลายครั้ง บ้านเรือนเสียหาย และมีผู้บาดเจ็บ 1 รายที่ต้องเข้ารักษาที่โรงพยาบาลแม่สอด
กองกำลังนเรศวรจึงขอให้ด่านศุลกากรแม่สอดงดผ่อนผันการนำเข้า–ส่งออกผ่านท่าข้ามที่ไม่ใช่ช่องทางอนุมัติ ตั้งแต่ด้านใต้สะพานมิตรภาพไทย–เมียนมาแห่งที่ 1 ลงไปจนถึง อ.พบพระ มีผล 7 วัน คือ 30 ต.ค.–5 พ.ย. หรือจนกว่าสถานการณ์จะดีขึ้น เหตุผลคือกันไม่ให้สิ่งของถูกส่งไปหนุนกองกำลังฝ่ายต่าง ๆ และลดความเสี่ยงต่อคนในพื้นที่
รัฐบาลย้ำว่านี่ไม่ใช่การปิดด่านทั้งหมด ช่องทางที่ได้รับอนุมัติยังค้าขายได้ตามกฎหมาย และไม่ควรเข้าใจว่าทุกช่องทางจะกลับมาเปิดเองทันทีเมื่อครบวันที่ 5 พ.ย. เหตุนี้เกิดในช่วงเดียวกับที่เครื่องบินเมียนมาทิ้งระเบิดตรงข้ามบ้านแม่สามแลบ จ.แม่ฮ่องสอน แสดงว่าชายแดนด้านตะวันตกยังตึงเครียดหลายจุด
ควรทำอะไร
- คนในแม่สอดและพบพระ ติดตามประกาศของจังหวัดตากและกองกำลังนเรศวร ถ้าได้ยินเสียงปืนหรือระเบิดใกล้ ให้หลบในอาคารที่แข็งแรง
- ผู้ประกอบการที่ขนสินค้าข้ามแดน เช็กสถานะช่องทางกับด่านศุลกากรแม่สอดก่อนออกเดินทางทุกครั้ง
- ระวังข่าวลือว่า "ปิดด่านทั้งหมด" ให้เชื่อข้อมูลจากหน่วยงานทางการ
- เตรียมกระเป๋าฉุกเฉินไว้ใกล้ตัวถ้าอยู่ใกล้แนวชายแดน