วันศุกร์ที่ 6 พฤศจิกายน 2569ฉบับออนไลน์
#ไทยรอด

ThaiRod · ข่าวเตือนภัยเพื่อคนไทย

ภัยพิบัติอัปเดตทุกชั่วโมงข่าวอื่นทุก 6 ชม.อัปเดตล่าสุด

สรุปข่าว มีแหล่งอ้างอิงทุกเรื่อง
สงคราม/ความขัดแย้งยังไม่ยืนยัน

อิหร่านอ้างยกเว้นเรือ 4 ชาติให้ผ่านฮอร์มุซได้ ไทยไม่อยู่ในรายชื่อ ขณะบัญชีดำเรือพุ่งเป็น 240 ลำ

ส.ส.อาวุโสอิหร่านอ้างว่าเรือจากอินเดีย จีน อิรัก และกาตาร์ผ่านช่องแคบฮอร์มุซได้โดยไม่ติดข้อจำกัด ส่วนเรือชาติอื่นรวมถึงไทยยังต้องประสานอิหร่านเป็นรายลำ

ผู้ที่พูดเรื่องนี้คือ อามีร์ ฮายัต-โมกัดดัม รองประธานคณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งชาติและนโยบายต่างประเทศของรัฐสภาอิหร่าน ซึ่งให้สัมภาษณ์สำนักข่าว ISNA เมื่อวันที่ 3 พ.ย. ตามที่เขาอ้าง อิหร่านยอมให้เรืออินเดียผ่านเพื่อแลกกับการนำเข้ายาจากอินเดีย ให้เรือจีนผ่านเพื่อแลกกับแรงสนับสนุนทางการเมือง และเก็บค่าผ่านทางจากเรืออินเดียกับจีน ส่วนเรือกาตาร์ผ่านฟรี ยังไม่มีหน่วยงานทางการของประเทศเหล่านี้หรือสหรัฐฯ ยืนยันว่าเรือผ่านได้อย่างเสรีจริง (ยังไม่ยืนยัน)

อีกด้านหนึ่ง หน่วยงานกำกับช่องแคบของอิหร่านเพิ่มรายชื่อเรือที่ถือว่า "ไม่ปฏิบัติตามกฎ" อีก 114 ลำเมื่อ 2 พ.ย. รวมเป็น 240 ลำ ในจำนวนนี้เป็นเรือบรรทุกน้ำมันดิบราว 118 ลำ และมีเรือคอนเทนเนอร์ 4 ลำ อิหร่านต้องการให้เรือขออนุญาตก่อนและแล่นเฉพาะร่องน้ำฝั่งเหนือใกล้ชายฝั่งอิหร่าน และขู่ว่าเรือที่ไม่ทำตามอาจถูกปรับ กัก หรือยึด รวมถึงเรือที่ทำธุรกรรมกับเรือในบัญชีด้วย

ทูตอิหร่านประจำบังกลาเทศพูดในทำนองเดียวกันเมื่อ 4 พ.ย. ว่าไม่มีประเทศใดขนส่งพลังงานผ่านช่องแคบได้อย่างปลอดภัยถ้าไม่ประสานกับอิหร่าน และการเปิดช่องแคบเต็มรูปแบบขึ้นอยู่กับการที่สหรัฐฯ ยกเลิกการปิดล้อมทางทะเลและให้คำมั่นว่าจะไม่โจมตีอิหร่าน ขณะที่กองบัญชาการกลางสหรัฐฯ ยังยืนยันว่าช่องแคบเปิดอยู่

สำหรับไทย ไม่มีชื่ออยู่ในกลุ่มที่ได้รับยกเว้น ที่ผ่านมาเรือบรรทุกน้ำมันของไทยเคยผ่านได้หลังรัฐบาลประสานกับอิหร่านและโอมานเป็นรายครั้งเมื่อเดือนมีนาคม แปลว่าค่าขนส่งและค่าประกันภัยเรือที่มาไทยยังสูง และราคาน้ำมันในประเทศยังมีแรงกดดันต่อไป

ควรทำอะไร

  • เตรียมงบค่าเดินทางและค่าขนส่งเผื่อไว้ ราคาน้ำมันยังไม่น่าลดเร็วในช่วงนี้
  • ผู้นำเข้า-ส่งออกที่มีสินค้าผ่านอ่าวเปอร์เซีย ควรตรวจรายชื่อเรือกับบริษัทเดินเรือหรือตัวแทนขนส่งก่อนจอง
  • ครอบครัวคนไทยที่ทำงานบนเรือในย่านนี้ ติดตามประกาศจากกระทรวงการต่างประเทศและบริษัทต้นสังกัด