นายกฯ สั่งหน่วยงานไทยจับตาภัยแฮกตู้แช่ หลังยุโรปโดนหลายประเทศ
นายกฯ อนุทินแจ้ง ครม. 3 พ.ย. ให้ อว. ดีอี และตำรวจไซเบอร์เฝ้าระวังการโจมตีระบบควบคุมตู้แช่แบบที่เกิดในยุโรป และให้พาณิชย์หาทางคุ้มครองผู้ส่งออกอาหารไทย ยังไม่มีรายงานเหตุในไทย
เรื่องนี้ถูกยกขึ้นในการประชุม ครม.สัญจร ที่จังหวัดอุดรธานีเมื่อวันที่ 3 พ.ย. นายอนุทิน ชาญวีรกูล ระบุว่าเห็นข่าวช่วงเช้าแล้วนำมาแจ้งที่ประชุมทันที เพราะเป็นการโจมตีแบบใหม่ที่ไม่เคยคิดว่าจะเกิด ผู้ร้ายเข้าไปสั่งงานระบบควบคุมความเย็นจากระยะไกลจนอุณหภูมิในตู้สูงขึ้นทั้งระบบ
ในประเทศ นายกฯ มอบให้กระทรวง อว. ซึ่งดูแลงานเทคโนโลยีขั้นสูง และกระทรวงดีอี ช่วยกันป้องกันไม่ให้เกิดการเจาะระบบแบบเดียวกันในไทย และเชื่อว่าตำรวจไซเบอร์ (บช.สอท.) กำลังติดตามอยู่แล้ว ฝั่งสภา คณะทำงานของกรรมาธิการการเกษตรฯ ก็นัดประชุมดูความเสี่ยงต่อห่วงโซ่อาหาร โดยย้ำว่ายังไม่มีหลักฐานชัดว่าใครอยู่เบื้องหลังเหตุในยุโรป
อีกมุมที่นายกฯ ห่วงคือการค้า ไทยเป็นผู้ส่งออกอาหารรายใหญ่ ถ้าระบบเก็บรักษาสินค้าปลายทางถูกโจมตี ผู้ซื้อต่างประเทศอาจอ้างว่าสินค้าไทยเน่าเสียหรือไม่ได้มาตรฐานแล้วไม่จ่ายเงิน กระทรวงพาณิชย์จึงได้รับมอบให้ศึกษาว่าเหตุลักษณะนี้เกิดขึ้นได้จริงแค่ไหน และควรปรับเงื่อนไขเครดิตเทอมหรือทำประกันเพื่อคุ้มครองผู้ส่งออกหรือไม่
ด้านสำนักงานสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ระบุว่ามีแผนรับมือภัยไซเบอร์อยู่แล้ว และเรียกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาซักซ้อมแนวปฏิบัติในวันที่ 4 พ.ย. ซึ่งเป็นวาระเดียวกับกรณีโทรศัพท์นักการเมืองไทยได้รับคำเตือนเรื่องสปายแวร์ จนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานว่าตู้แช่หรือคลังสินค้าในไทยถูกโจมตี
ควรทำอะไร
- ร้านค้า ห้องเย็น และโรงงานอาหารที่ใช้ระบบควบคุมตู้แช่ผ่านอินเทอร์เน็ต ให้ถามผู้ติดตั้งว่าหน้าควบคุมเปิดให้เข้าจากภายนอกหรือไม่ ถ้าเปิดให้ปิดหรือเข้าผ่าน VPN แทน
- เปลี่ยนรหัสผ่านเริ่มต้นของอุปกรณ์ และอัปเดตเฟิร์มแวร์ตามผู้ผลิต
- ตั้งแจ้งเตือนอุณหภูมิผิดปกติไปที่โทรศัพท์ผู้ดูแล และจดบันทึกอุณหภูมิไว้เป็นหลักฐาน
- ผู้ส่งออกอาหารควรเก็บบันทึกอุณหภูมิตลอดการขนส่ง และติดตามแนวทางจากกระทรวงพาณิชย์